นักเตะอังกฤษ

นักเตะอังกฤษเตรียมบริจาคเงินให้บุคลากรทางการแพทย์

นักเตะอังกฤษ เดลี่ เมล์ ได้รายงานว่าเหล่าบรรดา นักเตะอังกฤษ ทีมชาติอังกฤษเตรียมพร้อมบริจาคเงินช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ของประเทศ

ทีมชาติอังกฤษ กำลังเตรียมจะลงสนามพบกับ ทีมชาติอิตาลี ในรอบชิงชนะเลิศ ศึกยูโร 2020 ที่จะลงสนามในคืนวันอาทิตย์นี้ ณ สนามเวมบลีย์ กรุงลอนดอน

เกมชิงชนะเลิศครั้งนี้เป็นครั้งแรกในการเข้าชิงชนะเลิศรายการใหญ่ในรอบ 55 ปี ของทีมชาติอังกฤษที่พวกเขามีโอกาสลุ้นแชมป์ รายการใหญ่ และเป็นครั้งแรกที่จะมีโอกาสคว้าแชมป์ยูโรมาครองท่านชื่นชอบและอยากจะแทงบอลก็เข้ามาเล่นกันได้ที่ https://lsm99siam.com/

โดยก่อนหน้านี้ เดลี่ เมล์ เคยรายงานว่า ทางสมาคมฟุตบอลอังกฤษ มีประกาศออกมาว่าหากทางนักเตะทีมชาติอังกฤษคว้าแชมป์สำเร็จ คาดว่าจะได้รับเงินรางวัลทั้งหมด 24 ล้านปอนด์จากยูฟ่า โดย 40 เปอร์เซ็นต์ทางสมาคมฟุตบอลเมืองผู้ดี

พร้อมมอบเป็นโบนัสก้อนโตซึ่งคาดว่าอยูที่ประมาณ 9.5 ล้านปอนด์ให้นักเตะในทีม 26 คนไปแบ่งกัน และล่าสุดสื่อเจ้าเดียวกันเผยว่านักเตะสิงโตคำรามอังกฤษมองไปถึงโบนัสก้อนนี้แล้ว และกำลังเล็งไปถึงการบริจาคเงินให้กับ เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ หรือ องค์กรการกุศลของหน่วยงานสาธารณสุข
แห่งชาติ NHS

 

ถือเป็นการสนับสนุนเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ ที่มีการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง การที่เหล่านักเตะออกมาช่วยเหลือ โดยก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาได้มีแถลงการณ์ออกมาแล้วว่า เอฟเอ และ นักเตะอาวุโสทีมชาติอังกฤษ ได้ตกลงกันว่ายินดีที่จะบริจาคเงินที่ได้จากการลงสนามในเวทีระดับชาติให้กับ องค์กรการกุศลของหน่วยงานสาธารณสุขแห่งชาติ NHS

เพราะว่าบรรดานักเตะทีมชาติอังกฤษตระหนักดีถึงการทำงานหนักของบรรดาแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ส่วนต่างๆ ที่ต้องรับมืออย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 มานานนับปี

ในช่วงที่ผ่านมา จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางคนสำคัญได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งโครงการ #PlayersTogether ที่รวมเอาเหล่านักฟุตบอลอาชีพในการระดมทุนช่วยเหลือหน่วยงาน องค์กรการกุศลของหน่วยงานสาธารณสุขแห่งชาติ NHS และให้แก่พื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก

และในสถานการการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ใน สหราชอาณาจักร ยังไม่ดีขึ้นและยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย โดยมีผู้ติดเชื้อรวมประมาณ 5 ล้านคน และเสียชีวิตและประมาณ 120,000 คน ถึงแม้ว่าจะมีการฉีดวัคซีนป้องกันแล้ว แต่ยังไม่ครบ 100% โดยมีการฉีดแล้ว 1 โดส 68.3% ฉีดครบแล้ว 51.2% ยังคงทำให้แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ส่วนต่างๆ ต้องทำงานหนัก

ขอบคุณ ภาพบางส่วน : thsport และ sanook